วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2557

“พระบาง พระพุทธรูปอันเป็นที่มาของชื่อเมืองหลวงพระบาง”

 “พระบาง”

 “พระบาง”

By Guy Intarasopa

March 14, 2014


ผมจะขอเล่าประวัติให้เพื่อนๆ ได้ฟัง เพื่อให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติพระพุทธรูปองค์นี้ อาจจะยาวซักหน่อย แต่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจ.

ตามตำนานขุนบรมนั้น แรกเริ่มเดิมทีเมืองนี้ชื่อว่าเมืองซัวหรือชวา อันเป็นเมืองที่ปกครองโดยชนชาติข่า แต่ถูกขุนลอปฐมกษัตริย์ล้านช้างยึดเมืองนี้ได้ แล้วตั้งเป็นเมืองของชนชาติลาวในราวปี ..1300 จากนั้นจึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นเชียงทอง
 
จนกระทั่งมาถึงสมัยเจ้าฟ้างุ้ม ผู้รวบรวมแผ่นดินลาวให้เป็นปึกแผ่น พระองค์ได้รับกำลังสนับสนุนจากนครอินทปัตถ์(เขมร) และได้แต่งงานกับธิดากษัตริย์ของเขมรในขณะนั้น สถาปนาอาณาจักรล้านช้างอย่างเป็นทางการใน ..1896 พระองค์ยังได้นำพุทธศาสนาจากเขมรขึ้นมาเผยแผ่ยังดินแดนล้านช้าง พร้อมกันนั้นได้นำพระพุทธรูปประทับยืนองค์หนึ่งมาด้วย เป็นพุทธรูปปางประทานอภัย แรกเริ่มนั้นคงเรียกชื่อกันว่าพระปางประทานอภัยแต่คงเรียกให้สั้นเข้าว่าพระปาง จนกระทั่งเพี้ยนมาเป็นพระบาง”.

ระหว่างทางที่นำพระบางมาจากนครอินทปัตถ์นั้นบางตำนานบอกว่าได้เกิด ปาฏิหาริย์ที่ทำให้พระบางต้องประดิษฐานที่เมืองเวียงคำ บางตำนานก็บอกว่าพระสหายที่เมืองเวียงคำได้ขอพระบางองค์นี้ประดิษฐานให้ผู้ คนได้กราบไหว้.

จนกระทั่งถึงสมัยพระเจ้าไชยจักรพรรดิแผ่นแผ้ว ได้มีความพยายามนำพระบางมาประดิษฐานที่เมืองเชียงทองแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เกิดอภินิหารอีกตามเคย(คงมีแรงต้านจากชาวเมืองเวียงคำ).

ถึงสมัยพระเจ้าหล้าแสนไทยไตรภูวนาถ บางตำราบอกว่าสมัยพระเจ้าวิชุลราชที่มีความพยายามนำพระบางมาอีกครั้ง แต่จากที่ผมวิเคราะห์ น่าจะเป็นสมัยพระเจ้าหล้าแสนไทย แต่ได้ให้ท้าววิชุล ขณะดำรงตำแหน่งแสนเมือง ไปนำพระบางมาประดิษฐานที่เมืองเชียงทองจนสำเร็จ พระบางได้นำไปประดิษฐานที่วัดมโนรมย์ จนกระทั่งพระเจ้าวิชุลราช ได้ขึ้นครองราชย์และสร้างวัดวิชุลราชจนแล้วเสร็จ จึงได้อัญเชิญพระบางมาประดิษฐานที่สิมวัดวิชุลราช และได้เปลี่ยนชื่อเมืองเชียงทอง เป็นเมืองหลวงพระบาง ตามชื่อนามพระพุทธรูปที่เป็นศรีแก่เมือง.

มาในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้ย้ายเมืองหลวงของล้านช้างมายังนคร จันทบุรี(เวียงจันทน์)ในปี ..2103 จึงได้นำพระบาง รวมทั้งพระแก้วมรกต พระแทรกคำ พระบุษยรัตน์ มายังเวียงจันทน์ด้วย และประดิษฐานที่เวียงจันทน์เรื่อยมา.

ในปี ..2322 อาณาจักรธนบุรีของสยามได้นำกองทัพยึดอาณาจักรล้านช้างที่ภายหลังแตกออกเป็น 3 อาณาจักรไว้ได้ทั้งหมด จึงได้นำพระบาง พระแก้วมรกต และพระพุทธรูปสำคัญลงไปยังธนบุรีด้วย จวบจนสมัยรัชกาลที่1 พระบางและพระเก้วมรกต ได้ถูกอัญเชิญมาประดิษฐานในพระบรมมหาราชวังของกรุงรัตนโกสินทร์.

ข้าราชบริพารและขุนนาง พากันโจษขานกันว่า เพราะพระบางและพระแก้วมรกตอยู่ด้วยกัน จึงทำให้อาณาจักรล้านช้างมีแต่ความวุ่นวายและประสบภัยพิบัติคือ เมื่อนำมาประดิษฐานด้วยกันที่หลวงพระบางก็ต้องเจอกับศึกพม่าถึงกับต้องย้าย เมืองหลวง พอนำมาไว้เวียงจันทน์อาณาจักรล้านช้างก็ต้องสูญเสียเอกราช(น่าจะเป็น กุศโลบายของคนลาวล้านช้างเองเพื่อต้องการนำพระบางกลับไปยังลาว) เมื่อได้ยินดังนั้นรัชกาลที่1 จึงได้พระราชทานพระบางให้แก่เจ้านันทเสนเจ้านครเวียงจันทน์นำกลับไป ประดิษฐานดังเดิมที่เวียงจันทน์.

จนกระทั่งในปี ..2371 เกิดศึกครั้งใหญ่ที่รู้จักกันดีว่าศึกครั้งเจ้าอนุวงศ์ สยามได้ทำลายนครเวียงจันทน์ลงอย่างราบคาบ และได้เข้าไปปกครองดินแดนของล้านช้างเวียงจันทน์และจำปาสักเองทั้งหมด พระบางจึงถูกแม่ทัพสยามนำกลับมากรุงเทพอีกครั้ง รัชกาลที่3 น่าจะทรงรู้เรื่องที่ชาวบ้านร่ำลือกันว่าพระแก้วมรกตและพระบางอยู่ด้วยกัน ไม่ได้ จึงพระราชทานพระบางไปประดิษฐานที่วัดจักรวรรดิราชาวาสหรือวัดสามปลื้ม ที่อยู่นอกพระบรมมหาราชวัง
จนกระทั่งสมัยรัชกาลที่4 บ้านเมืองเกิดภัยแล้งและโรคระบาด ก็มีคนพูดกันว่าเพราะพระบางและพระแก้วมรกตอยู่ด้วยกันบ้านเมืองจึงเป็นเช่น นี้ รัชกาลที่4 จึงพระราชทานพระบางกลับคืนให้ล้านช้าง ซึ่งเหลือความเป็นอาณาจักรอยู่เพียงอาณาจักรเดียวคือ ล้านช้างหลวงพระบาง เป็นอันว่าพระบางอันเป็นที่มาของชื่อเมืองนั้น ได้กลับมาประดิษฐานในที่ที่เคยอยู่อีกครั้ง.

พระบางถูกเก็บรักษาไว้ในพระราชวังหลวงพระบางอันเป็นพิพิธภัณฑ์ตั้งแต่มีการ เปลี่ยนแปลงการปกครองใน ปี 2518 จนกระทั่งต้นปีนี้นี่เอง ได้มีการอัญเชิญพระบางมาประดิษฐานยังพระอุโบสถหลังใหม่ ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์พระราชวังหลวง หลังจากเพิ่งสร้างแล้วเสร็จ.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น