วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2557

พระแก้วขาวหรือพระแก้วบุษยรัตน์



 By Guy Intarasopa

March 16, 2014
พระแก้วขาวหรือพระแก้วบุษยรัตน์

พระพุทธรูปองค์นี้ ทำจากแก้วผลึกใส ศิลปะสมัยเชียงแสนล้านนา พุทธลักษณะคล้ายกับพระแก้วมรกต ซึ่งเป็นงานพุทธศิลป์ยุคเดียวกัน พระแก้วขาวองค์นี้มีความเชื่อว่าน่าจะเป็นพระแก้วขาวที่มีเรื่องปรากฏในพงศาวดารโยนกว่า  พระแก้วขาวองค์นี้ พระอรหันต์ได้แก้วขาวมาแต่จันทรเทวบุตร จึงได้ให้พระวิษณุกรรมสร้างเป็นพระพุทธปฏิมากร แต่ก็เป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าพระพุทธรูปองค์นี้กับพระแก้วขาวหรือพระเสตังคมณี ที่ประดิษฐานที่วัดเชียงมั่น จังหวัดเชียงใหม่ เป็นองค์ใดกันแน่ที่ปรากฏในพงศาวดารโยนก(น่าจะเป็นพระเสตังคมณี ที่วัดเชียงมั่น)

แต่พระแก้วบุษยรัตน์นี้ผมมีความเห็นว่าน่าจะเป็น”พระแก้วขาว”ที่พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชอัญเชิญไปหลวงพระบางพร้อมกับพระแก้วมรกต ที่เรียกกันว่า “พระแก้วเขียว” ในปี พ.ศ.2089 ขณะที่พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ครองแผ่นดินล้านนาต้องกลับไปครองแผ่นดินล้านช้าง

พระแก้วขาวหรือพระเสตังคมณี ที่วัดเชียงมั่น ก็มีประวัติที่บอกว่าพระเจ้าไชยเชษฐาอัญเชิญไปหลวงพระบางเช่นกัน แต่ความเป็นไปได้ผมคิดว่า เป็นพระแก้วบุษยรัตน์องค์นี้ซะมากกว่า  เพราะพระแก้วองค์นี้น่าจะเป็นพระแก้วอีกองค์ที่สร้างขึ้นในสมัยล้านนา และน่าจะสร้างรุ่นราวคราวเดียวกับพระแก้วมรกต จนอาจถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปคู่พี่น้อง ส่วนพระเสตังคมณีนั้นพุทธศิลป์เป็นแบบสมัยหริภุญชัยผสมล้านนา และสร้างจากแก้วผลึกใสเช่นกัน(น่าจะเป็นองค์ที่ระบุในพงศาวดารโยนก) และน่าจะไม่ได้อัญเชิญไปในคราวพระเจ้าไชยเชษฐานั้น

เมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้ย้ายเมืองหลวงอาณาจักรล้านช้างไปยังนครเวียงจันทน์ก็คงได้นำพระแก้วขาวบุษยรัตน์ ไปพร้อมกับพระบาง พระแซกคำ และพระแก้วมรกตด้วย  แต่จากประวัติศาสตร์ได้ระบุว่าพบพระแก้วขาวองค์นี้แถวเมืองนายอน(เมืองสะพาดในปัจจุบัน) แขวงจำปาสัก ซึ่งไม่ทราบด้วยเหตุอันใดพระแก้วขาวจึงไปปรากฏที่นั่นได้

ในทัศนะของผมคิดว่าด้วยขนาดของพระแก้วขาวที่เล็กกะทัดรัด พระเจ้าไชยเชษฐาคงได้ถือเอาเป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์ ครั้งหนึ่งเมื่อคราวมี่พระเจ้าไชยเชษฐาได้ยกทัพไปปราบกบฏที่เมืองรามลักองการ(อัตตะปือ)  ตามความที่พระยานครได้แจ้งความเท็จเผื่อหวังกำจัดพระเจ้าไชยเชษฐา เมื่อยกทัพไปมืององการแล้วนั้น กลับไม่พบกองทัพกบฏดังกล่าว แต่ได้ถูกกองกำลังของพระยานครลอบโจมตี จนพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชถูกลอบปลงพระชนม์ที่เมืององการ พระแก้วขาวที่พระองค์นำไปด้วยคงได้สูญหายไปในคราวนั้น

ต่อมาพรานทึงและพรานเทิง ได้ไปพบพระแก้วขาวดังกล่าวในถ้ำแห่งหนึ่ง จึงได้นำพระแก้วขาวนี้ออกมา และผูกติดกับหน้าไม้ เพื่อนำไปเก็บรักษาที่หมู่บ้านของตน แต่พระกรรณหรือหูด้านขวาพระแก้วขาวกระทบหน้าไม้ทำให้บิ่นหรือหักไป บางตำราบอกว่าพรานได้ใช้เชือกร้อยพระศอหรือคอให้ลูกได้ลากไถไปมา เพราะคิดว่าเป็นรูปสลักมนุษย์น้อย จนทำให้พระกรรณหรือหูบิ่นไป

ความนี้ทราบถึงเจ้าไชยกุมาร เจ้าผู้ครองอาณาจักรล้านช้างจำปาสัก จึงให้ข้าราชบริพารไปนำพระพุทธรูปองค์นี้มาประดิษฐานไว้ในเมืองจำปาสัก จนกระทั่งเกิดศึกสงครามกับสยามในปี พ.ศ.2322 ชาวเมืองพากันปิดบังเรื่องพระแก้วขาวนี้เป็นความลับ พระแก้วขาวจึงไม่ได้ถูกนำมากรุงเทพฯ

ถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โปรดให้ข้าหลวงไปปลงศพเจ้าพระวิไชยราชขัตติยวงศา ที่เมืองนครจำปาศักดิ์ ในปี พ.ศ. 2354 ข้าหลวงได้เห็นพระแก้วผลึกสีขาว จึงมีใบบอกให้นำความกราบบังคมทูลรัชกาลที่2 จนมีการอัญเชิญพระแก้วขาวมายังกรุงเทพ

สมัยรัชกาลที่2 โปรดให้ประชุมช่างจัดหาเนื้อแก้วผลึกเหมือนองค์พระ เพื่อเจียระไนแก้วติดปลายพระกรรณขวาที่แตกชำรุดให้สมบูรณ์ ขัดองค์พระให้สวยเงาเหมือนเดิม ส่วนยอดพระรัศมีรับสั่งให้ช่างแผ่ทองคำหุ้มส่วนพระเศียร ทำพระสังวาลย์หรือสร้อยถวาย

จนสมัยรัชกาลที่3ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำพระเบญจาตั้งบุษบกสูง เพื่อประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแล้ว ในการพระราชพิธีใหญ่ต่างๆ โปรดให้อัญเชิญพระแก้วผลึกสีขาวตั้งเป็นประธานในพิธีแทนพระแก้วมรกต

สมัยรัชกาลที่4 ในปี พ.ศ. 2404 โปรดให้ช่างทำเครื่องประดับองค์พระและฐานพระพุทธรูปใหม่ พร้อมทั้งฉัตรกลางและซ้าย ขวา  ถวายพระนามพระแก้วผลึกนี้ว่า “พระพุทธบุษยรัตนจักรพรรดิพิมลมณีมัย” กับทั้งโปรดให้สร้างพระวิหารศิลาในพระบรมมหาราชวัง เป็นที่ประดิษฐาน พระราชทานชื่อว่า “พระพุทธรัตนสถาน” ซึ่งเป็นพุทธสถานสำหรับฝ่ายใน

เมื่อสร้างพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตแล้ว โปรดให้อัญเชิญพระพุทธบุษยรัตนฯ ไปประดิษฐาน ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคตแล้วจึงอัญเชิญพระพุทธบุษยรัตนฯ กลับไปประดิษฐาน ณ พระพุทธรัตนสถานตามเดิม

ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้อัญเชิญพระพุทธบุษยรัตนฯ กลับไปประดิษฐาน ณ หอพระ พระที่นั่งอัมพรสถานสืบมาจนทุกวันนี้

ลองสังเกตพระกรรณขวาหรือหูขวาพระพุทธรูปองค์นี้ว่ายังมีรอยบิ่นหรือหัก ซึ่งรัชกาลที่2 เคยรับสั่งให้ช่างได้ซ่อมเเล้ว ภายหลังส่วนที่ซ่อมคงได้หลุดออก
พระแก้วขาวหรือพระแก้วบุษยรัตน์

พระแก้วขาวหรือพระแก้วบุษยรัตน์

 
พระพุทธรูปองค์นี้ ทำจากแก้วผลึกใส ศิลปะสมัยเชียงแสนล้านนา พุทธลักษณะคล้ายกับพระแก้วมรกต ซึ่งเป็นงานพุทธศิลป์ยุคเดียวกัน พระแก้วขาวองค์นี้มีความเชื่อว่าน่าจะเป็นพระแก้วขาวที่มีเรื่องปรากฏในพงศาวดารโยนกว่า พระแก้วขาวองค์นี้ พระอรหันต์ได้แก้วขาวมาแต่จันทรเทวบุตร จึงได้ให้พระวิษณุกรรมสร้างเป็นพระพุทธปฏิมากร แต่ก็เป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าพระพุทธรูปองค์นี้กับพระแก้วขาวหรือพระเสตังคมณี ที่ประดิษฐานที่วัดเชียงมั่น จังหวัดเชียงใหม่ เป็นองค์ใดกันแน่ที่ปรากฏในพงศาวดารโยนก(น่าจะเป็นพระเสตังคมณี ที่วัดเชียงมั่น)
 
แต่พระแก้วบุษยรัตน์นี้ผมมีความเห็นว่าน่าจะเป็น”พระแก้วขาว”ที่พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชอัญเชิญไปหลวงพระบางพร้อมกับพระแก้วมรกต ที่เรียกกันว่า “พระแก้วเขียว” ในปี พ.ศ.2089 ขณะที่พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ครองแผ่นดินล้านนาต้องกลับไปครองแผ่นดินล้านช้าง
 
พระแก้วขาวหรือพระเสตังคมณี ที่วัดเชียงมั่น ก็มีประวัติที่บอกว่าพระเจ้าไชยเชษฐาอัญเชิญไปหลวงพระบางเช่นกัน แต่ความเป็นไปได้ผมคิดว่า เป็นพระแก้วบุษยรัตน์องค์นี้ซะมากกว่า เพราะพระแก้วองค์นี้น่าจะเป็นพระแก้วอีกองค์ที่สร้างขึ้นในสมัยล้านนา และน่าจะสร้างรุ่นราวคราวเดียวกับพระแก้วมรกต จนอาจถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปคู่พี่น้อง ส่วนพระเสตังคมณีนั้นพุทธศิลป์เป็นแบบสมัยหริภุญชัยผสมล้านนา และสร้างจากแก้วผลึกใสเช่นกัน(น่าจะเป็นองค์ที่ระบุในพงศาวดารโยนก) และน่าจะไม่ได้อัญเชิญไปในคราวพระเจ้าไชยเชษฐานั้น
 
เมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้ย้ายเมืองหลวงอาณาจักรล้านช้างไปยังนครเวียงจันทน์ก็คงได้นำพระแก้วขาวบุษยรัตน์ ไปพร้อมกับพระบาง พระแซกคำ และพระแก้วมรกตด้วย แต่จากประวัติศาสตร์ได้ระบุว่าพบพระแก้วขาวองค์นี้แถวเมืองนายอน(เมืองสะพาดในปัจจุบัน) แขวงจำปาสัก ซึ่งไม่ทราบด้วยเหตุอันใดพระแก้วขาวจึงไปปรากฏที่นั่นได้
ในทัศนะของผมคิดว่าด้วยขนาดของพระแก้วขาวที่เล็กกะทัดรัด พระเจ้าไชยเชษฐาคงได้ถือเอาเป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์ ครั้งหนึ่งเมื่อคราวมี่พระเจ้าไชยเชษฐาได้ยกทัพไปปราบกบฏที่เมืองรามลักองการ(อัตตะปือ) ตามความที่พระยานครได้แจ้งความเท็จเผื่อหวังกำจัดพระเจ้าไชยเชษฐา เมื่อยกทัพไปมืององการแล้วนั้น กลับไม่พบกองทัพกบฏดังกล่าว แต่ได้ถูกกองกำลังของพระยานครลอบโจมตี จนพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชถูกลอบปลงพระชนม์ที่เมืององการ พระแก้วขาวที่พระองค์นำไปด้วยคงได้สูญหายไปในคราวนั้น
 
ต่อมาพรานทึงและพรานเทิง ได้ไปพบพระแก้วขาวดังกล่าวในถ้ำแห่งหนึ่ง จึงได้นำพระแก้วขาวนี้ออกมา และผูกติดกับหน้าไม้ เพื่อนำไปเก็บรักษาที่หมู่บ้านของตน แต่พระกรรณหรือหูด้านขวาพระแก้วขาวกระทบหน้าไม้ทำให้บิ่นหรือหักไป บางตำราบอกว่าพรานได้ใช้เชือกร้อยพระศอหรือคอให้ลูกได้ลากไถไปมา เพราะคิดว่าเป็นรูปสลักมนุษย์น้อย จนทำให้พระกรรณหรือหูบิ่นไป
 
ความนี้ทราบถึงเจ้าไชยกุมาร เจ้าผู้ครองอาณาจักรล้านช้างจำปาสัก จึงให้ข้าราชบริพารไปนำพระพุทธรูปองค์นี้มาประดิษฐานไว้ในเมืองจำปาสัก จนกระทั่งเกิดศึกสงครามกับสยามในปี พ.ศ.2322 ชาวเมืองพากันปิดบังเรื่องพระแก้วขาวนี้เป็นความลับ พระแก้วขาวจึงไม่ได้ถูกนำมากรุงเทพฯ
 
ถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โปรดให้ข้าหลวงไปปลงศพเจ้าพระวิไชยราชขัตติยวงศา ที่เมืองนครจำปาศักดิ์ ในปี พ.ศ. 2354 ข้าหลวงได้เห็นพระแก้วผลึกสีขาว จึงมีใบบอกให้นำความกราบบังคมทูลรัชกาลที่2 จนมีการอัญเชิญพระแก้วขาวมายังกรุงเทพ
 
สมัยรัชกาลที่2 โปรดให้ประชุมช่างจัดหาเนื้อแก้วผลึกเหมือนองค์พระ เพื่อเจียระไนแก้วติด ปลายพระกรรณขวาที่แตกชำรุดให้สมบูรณ์ ขัดองค์พระให้สวยเงาเหมือนเดิม ส่วนยอดพระรัศมีรับสั่งให้ช่างแผ่ทองคำหุ้มส่วนพระเศียร ทำพระสังวาลย์หรือสร้อยถวาย
 
จนสมัยรัชกาลที่3ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำพระเบญจาตั้งบุษบกสูง เพื่อประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแล้ว ในการพระราชพิธีใหญ่ต่างๆ โปรดให้อัญเชิญพระแก้วผลึกสีขาวตั้งเป็นประธานในพิธีแทนพระแก้วมรกต
 
สมัยรัชกาลที่4 ในปี พ.ศ. 2404 โปรดให้ช่างทำเครื่องประดับองค์พระและฐานพระพุทธรูปใหม่ พร้อมทั้งฉัตรกลางและซ้าย ขวา ถวายพระนามพระแก้วผลึกนี้ว่า “พระพุทธบุษยรัตนจักรพรรดิพิมลมณีมัย” กับทั้งโปรดให้สร้างพระวิหารศิลาในพระบรมมหาราชวัง เป็นที่ประดิษฐาน พระราชทานชื่อว่า “พระพุทธรัตนสถาน” ซึ่งเป็นพุทธสถานสำหรับฝ่ายใน
 
เมื่อสร้างพระที่นั่งอัม พรสถาน พระราชวังดุสิตแล้ว โปรดให้อัญเชิญพระพุทธบุษยรัตนฯ ไปประดิษฐาน ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคตแล้วจึงอัญเชิญพระพุทธบุษยรัตนฯ กลับไปประดิษฐาน ณ พระพุทธรัตนสถานตามเดิม
 
ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้อัญเชิญพระพุทธบุษยรัตนฯ กลับไปประดิษฐาน ณ หอพระ พระที่นั่งอัมพรสถานสืบมาจนทุกวันนี้
 
ลองสังเกตพระกรรณขวาหรือหูขวาพระพุทธรูปองค์นี้ว่ายังมีรอยบิ่นหรือหัก ซึ่งรัชกาลที่2 เคยรับสั่งให้ช่างได้ซ่อมเเล้ว ภายหลังส่วนที่ซ่อมคงได้หลุดออก
 
Original sources: https://www.facebook.com/groups/lao.isan.art/permalink/374711339334324/

Original Comment from Facebook:
 
  Rick Chiang เป็นพุทธศิลป์ที่สวยงามมากครับ
 

  ลุง สิงห์ ขอบคุณสำหรับความรู้
 

  Guy Intarasopa องค์นี้น่าจะเป็นพระเเก้วขาวที่พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชอัญเชิญไปจากเชียงใหม่ครับ
 

  Rick Chiang รูปนี้ พระพุทธบุษยรัตน์จักรพรรดิพิมลมณีมัย ประดิษฐานที่พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
 

  สิริราช โอชา สวยมากๆ
 

  Guy Intarasopa พระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานในเเผ่นดินล้านช้าง 200 กว่าปี รัชกาลที่2 อัญเชิญมาจากเมืองจำปาสัก
 

  Kampol Champapan งดงามฝีมือช่างไม่ธรรมดาจริงๆ
 

  Voice Laotian Thank you very much. Rejoice in your merit. Sadhu
 

  วิวรรธน์ บุญชู งดงามมากครับ
 

  Somjan Jii Sangmanee วิจิตรงดงาม คนรุ่นหลังต้องยกเป็นสุดยอดครู
 

  Montree Amsri สมเด็จพระพุทธเจ้าองค์หลวง(เจ้าไชยกุมาร)สมเด็จพระเจ้ามหาชีวิตแห่งพระนครจำปาสักนัคบุรีศรัสัตนาคนหุตล้านช้าง ทรงทรงประดิษฐานพระแก้วขาวเสมอพระแก้วเขียวแห่งเวียงจัน
 

  Montree Amsri ปี 2321-2 โจรสยามนำโดยพระยาสองพี่น้องยกกำลังจากเขมรเป็นทัพหนึ่ง เมืองโคราชทัพหนึ่ง เข้าปล้นนครจำปาสัก สมเด็จพระเจ้ามหาชีวิตพระพุทธเจ้าองค์หลวง บ่มีกำลังต้านได้จึงหลบหนีออกจากพระนครพร้อมด้วยพระแก้วขาวองค์นี้ โจรสยามเข้าเมืองได้เก็บกวาดดอาทรัพสมบัติไปจำนวนมาก จนถึงขั้นว่าเสร็จศึกครั้งนี้พระยาจักรี ได้รับการสถาปนาจากเจ้าชีวิตกรุงธนบุรีให้เป็นสมเด็จเจ้าพระยา
 

  Montree Amsri เงินถุงแดงที่ว่าสยามอ้างว่าเอามาไถ่แผ่นดินสมัย ร 5 ส่วนหนึ่งมาจากการขายสมบัติที่ปล้นมาจากนครจำปาสักและนครเวียงจันในสมัยสงครามประกาศเอกราชสมเด็จพระเจ้าอนุวง
 

  Rick Chiang คำหนึ่งกะ "โจรสยาม"
สองคำก็ "โจรสยาม" จะแม่นคั่กเนาะสู สอนกันมาดีคัก
...

มื้อนิมีศัทพ์ใหม่อีก " ลาวทรยศ "
ผมนี้แหละคนอีสาน " ลาวทรยศ "

  Montree Amsri ท่านครับ ด้วยความดคารพ สังคมประชาธิปไตยต้องรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างหลายหลายได้ ท่านเชื่ออย่างที่ท่านเชื่อ ผมเคารพและนับถือไม่ว่าครับ แต่ท่านจะว่าผม ผมไม่โกรธครับ เรามีความเป็นคนเท่ากันครับ ท่านโต้แย้งได้ด้วยเหตุผล แม้ว่าจะอยู่บนความจริงก็ได้หรือไม่ ก็ได้ แต่ผมเป็นมิตรกับท่านได้เสมอครับ
 

  Rick Chiang ดีครับ ผมสนับสนุนเลยนะ
 

  Montree Amsri น้อมรับด้วยความรักและเคารพครับ
 

  Guy Intarasopa เยี่ยมครับ เราต้องคุยกันเเบบนี้ เเย้งกันด้วยเหตุเเละผล อย่าใช้อารมณ์ในการพูดคุยครับ
 

  Somjan Jii Sangmanee ถ้าทั้งสองฝ่ายคิดแบบนี้กะดี แต่เล่ยไม่ฟังศาล หมิ่ยศาล
 

  Montree Amsri เลือดลาวนำกัน แม่นว่าสิมีแนวคิดแนวใด๋ เฮาต้องเว้ากันได้ เด้อครับเด้อ แม่นซังกะอย่าถิ่มกัน คือ บรรพรุษเพิ่นเฮ็ด
 

  Rick Chiang คุณคิดอย่างนี้ ผมคิดอย่างนั้น
แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ตรงกันบ้าง ต่างกันบ้าง ไม่เป็นไรครับ
ถือว่าเราได้รับรู้ความคิดของแต่ล่ะคน ที่มีต่อมุมมองนั้นๆ
...

แต่...สุดท้ายต้องไม่มาบังคับกันให้เชื่อ ไม่ว่าข้อมูลของฝ่ายไหนก็ตาม
ผมเข้ามาในกลุ่มนี้ไม่ถึงเดือน ผมเริ่มเห็นแนวคิดคนอีสานอื่นหลักๆจะถูกแบ่งเป็นสองฝ่าย
ดีครับ จะได้รู้ๆกันไปเลย
 

  Guy Intarasopa ถ้าศาลตัดสินไม่เป็นกลาง เอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ไม่เคารพกฎกติกาเสียเอง ผมว่าเราก็สมควรหมิ่นครับ เราควรยึดหลักของเหตุผลเป็นใหญ่เด้อ
 

  Guy Intarasopa อย่างที่บอกนั่นล่ะ เรียนรู้กันเด้อ เคารพความคิดกัน เฮาพี่น้องลาวนำกัน อย่าสิเถียงกันให้ผู้อื่นหัวร่อเฮา
 

  Somjan Jii Sangmanee หลวงปู่เทสน์ สอนว่าผู้ทำใจเป็นกลางคนนั้นพ้นทุกข์ เี๋ยวนี้ศาลไม่อยากตัดสินเป็นอย่างหนึ่งอย่างใดเพราะมีการปาขี้ สุภาพชนไม่ควรทำ และศาลทำหน้าที่แทนในหลวง ต้องทำให้ดีที่สุด
 

  Montree Amsri ผมเว้าบ่ถืก เว้าบ่ควร ด่าผมได้ เตือนผมได้เด้อ ผมเป็นคนบ่มีความฮู้เอาแต่ความคิดโตเปนใหญ่ อย่าถือสาผมเด้อครับ
 

  Somjan Jii Sangmanee คิดอย่างนี้ว่า อาเซียน10ประเทศ เรามีมาตรฐานการศึกษาเท่าเขมรคือที9 ละเฮาใช้เงินมากมายผลได้เท่านี้ ทั้งที่รัฐบาลมีเสียงข้างมากไ
 

  Somjan Jii Sangmanee มนตรีเว้าถึก บ่อแมนเถียวสุดซอย ดันทุรัง บ่อแมนประชาธิปไตย อย่าเชื่อผมคิดก่อน
 

  Rick Chiang ผมว่าน่ะ การศึกษาไทยมันห่วย มันจริงหรือหลอก? ผมไม่ค่อยเชื่อข้อมูลพวกนี้เท่าไหร่
 

  Somjan Jii Sangmanee จีนเขาใหญ่ขนาดนั้นยังอยากรวมใต้หวัน เราขี้ผงละยังอยากแยกกัน
 

  Rick Chiang ทุกวันนี้เขามีแต่จะรวมกัน พูดแต่เรื่องรวมกัน ไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ พวกตกขอบยากแยกประเทศ เพื่อตอบสนองประวัติศาสตร์แบบคลั่งๆ
 

  Montree Amsri พรบ สุดซอยผมบ่สนับสนุน แล้วกะบ่คัดค้าน แต่ผมสิหนักไปทางสนับสนุนหลายกว่า
 

  Somjan Jii Sangmanee มันมีเหตุนะ ใต้ดินอิสานมีแร่ธาตุมากมายรวมทั้งน้ำมันด้วย สหรัฐจะเข้ายุแหย่ตนแตกกันเช่นรัสเซีย จีนเขาไม่เคยฟังสหรัฐเลยนะ
 

  Rick Chiang ยาวล่ะเด้บาดนิ ห้าๆ
 

  Rick Chiang บ่มีไผอยากเห็นเฮาเข้มแข็งดอก แตกเป็นประเทศเล็กประเทศน้อย แหงบังคับง่าย
 

  Guy Intarasopa ไม่มีใครคิดอยากเเยกประเทสหรอกครับ เเต่เพียงเพราะว่าระบบยุติธรรมมันถูกเเบ่งใช้ เเละไม่มีมาตรฐาน ศาลมันไม่เป็นศาล ฝ่ายหนึ่งผิดตลอด ฝ่ายหนึ่งทำอะไรก้ไม่ผิด คนมันจึงกดดันเเละไม่อยากอยู่ร่วมกับอีกฝ่าย เพราะว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม ท่านลองคิดดูให้ดี
 

  Montree Amsri อยากนั่งเว้ากันโตเปนๆเน๊าะครับ 555++
 

  Somjan Jii Sangmanee พญาแลชัยภูมินา เจ้าอนุวงศ์มาชวนให้ตีเมืองโคราชท่านบ่อขอร่วมขออาศัยใต้ร่มพระบรมฯแล้วบ่อขอทรยศ เฮาหยังสิมาฆ่ากันแบ่งกัน
 

  Rick Chiang เราจะสู้เพื่อความยุติธรรม หรือ เราจะถอยออกมา แล้วมองหาความยุติธรรมของเราเอง ผมว่าแยกประเทศก็ไม่ใช่ทางออก เพราะความไม่ยุติธรรมมันมีทุกที่ และเราต้องหนีมันทุกที่ก็ไม่ไหว เราต้องอยู่สู้มัน ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญมาก ปัญหามันมีไว้แก้ เมื่อเขาแก้ปัญหา นั้นหมายความว่าเราพัฒนาขึ้น
 

  Guy Intarasopa เห็นด้วยครับ ว่าต้องสู้ ผมก็หวังว่าสักวันระบบอยุติธรรมเเละเผด็จการอนุรักษ์นิยม จะหมดหรือลดน้อยลงไปในสังคมไทย ประชาชนคนไทยมีสิทธิมีเสียง ที่สามารถกำหนดตัวผู้นำประเทศของเขาเองได้ซักที
 

  Rick Chiang ประเทศไทยมีปัญหาแบบนี้ ถ้ามองอีกด้านหนึ่ง มันก็เป็นแง่ดีเหมือนกันนะ เพราะมันทำให้คนไทยพัฒนาทางความคิดมากขึ้น พวกฝรังมันพัฒนาทางความคิดมากกว่าเรา เพราะเขาเจออะไรมาเยอะกว่าเรา เขาผ่านมาเยอะ เขาเรียนรู้และปรับตัว ออกกฎเกณกติการขึ้นมาต่างๆนาๆขึ้นมาใช้ ไทยเราก็ไปเอาของเขามาใช้ นั้นเพราะเขาผ่านอะไรมาเยอะและก่อนเรา
 

  Somjan Jii Sangmanee Rick Chiang คิดดีสมเป็นคนเมืองนักปราชญ์ เราต้องรวมกันเพื่อให้ผ่านตรงนี้ให้ได้
 

  Rick Chiang พวกเผด็จการมันอยู่ไม่ได้หรอกครับ มันเป็นวิวัฒนาการของสังคม ใครก็ไปเปลี่ยนมันไม่ได้ คน มันพัฒนาความคิดกันมา ส่งต่อกันเป็นรุ่นต่อรุ่น ความคิดของคนมันเติบโตไปเรื่อย พวกเผด็จการมันก็อยู่ยากขึ้นทุกที
 

  Rick Chiang อย่างระบบทาส ในอดีต ต่อให้ไม่เลิกทาส อนาคตมันก็อยู่ไม่ได้ เพราะความคิดของคนมันพัฒนาขึ้น พวกเผด็จการสมัยนี้ก็เหมือนกัน สักวันมันก็อยู่ไมได้
 

  Guy Intarasopa ผมเห็นด้วยเลย เเม้บางประเด็นเรายังไม่เข้าใจกัน เเต่เรื่องความไม่เป็นธรรมในสังคมไทยเราคิดตรงกัน
 

  Somjan Jii Sangmanee ยังไงบาปกรรมยังมีจริง ใครทำเลว เวรกรรมจะสนอง
 

  Rick Chiang คนไทยไม่ต้องเสียใจ ที่บ้านเมืองเราวุ่นวาย
ความคิดของเราไปไกลกว่าเพื่อนบ้านเยอะ ไม่ได้ดูถูกนะครับ
ระยะเดินทาง1000เมตร
...

เมตรที่800 มันมีอุปสรรค เรากำลังเผชิญกับอุปสรรคนี้ แต่ประเทศอื่น ยังวิ่งไม่ถึงเมตรที่800 เท่านั้นเอง
 

  Plerngsuriyadheva Ramangkura Na Kotapura บาปกรรมมีจริง บ่ได้คือพระยาขี้ซ้างสูบกอกยามาให้เห็นเป็นโต ใผเฮ็ดกรรมใด๋ต้องฮับกรรมนั้นแท้ๆ ต้องถืกผีลากแก่เข้าหม้อละฮก จกหมอยหีจี้มแข่ว แท้ๆ
 

  Plerngsuriyadheva Ramangkura Na Kotapura โดยเสพาะบักริคกี้ คนจังไร บักผู้นี้แม่นพระยายมขอเอาไปนรกก่อนผู้อื่นแท้ๆ ล่ะ
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น